กรมอนามัย พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์สำหรับคุณ
วันที่ 5-6 มกราคม 2569 และวันที่ 13-14 มกราคม 2569 นายแพทย์พีระยุทธ สานุกูล ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา มอบหมายให้กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนวัยรุ่น
ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครรราชสีมา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ จัดประชุมชี้แจงโครงการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ ประจำปี 2569 และลงพื้นที่เก็บข้อมูลเฝ้าระวังระดับไอโอดีนในปัสสาวะเด็กอายุ 6-12 ปี ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และชัยภูมิ ภายใต้โครงการวิจัยเรื่อง “การศึกษาสถานการณ์ระดับไอโอดีนในปัสสาวะเด็กอายุ 6-12 ปี และพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีไอโอดีนของประเทศไทย” โดยสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัยครั้งนี้ เพื่อศึกษาสถานการณ์ระดับไอโอดีนในปัสสาวะของเด็กอายุ 6-12 ปี ศึกษาพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไอโอดีน และศึกษาสถานการณ์ระดับไอโอดีนในเกลือปรุงอาหารภายในครัวเรือนของเด็ก และเกลือปรุงอาหารในโรงอาหารของโรงเรียน
กลุ่มเป้าหมายการเข้าร่วมประชุมและดำเนินโครงการวิจัยครั้งนี้ คือครูอนามัยโรงเรียน ครูประจำชั้น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่เป้าหมาย ประมาณ 25 คน ต่อจังหวัด นักเรียนอายุ 6-12 ปี จำนวน 336 คน จากทั้งหมด 8 โรงเรียนๆ ละ 42 คน และผู้ปกครองของเด็กอายุ 6-10 ปี จำนวน 240 คน
พื้นที่เป้าหมายดำเนินการ ประกอบด้วย
1) โรงเรียนบ้านหนองตะไก้ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา
2) โรงเรียนออบ้านหนองสรวง อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา
3) โรงเรียนตำบลโคกกรวด (ผดุงรัฐประชานุกูล) อ.เมือง จ.นครราชสีมา
4) โรงเรียนหนองยารักษ์-ลำโพง (รัฐประชาสรรค์) อ.เมือง จ.นครราชสีมา
5) โรงเรียนบ้านท่าหินโงม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ
6) โรงเรียนอนุบาลชัยภูมิ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ
7) โรงเรียนบ้านหนองแกหนองโน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ
8) โรงเรียนอนุบาลเทพสถิต อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ
กิจกรรมดำเนินการครั้งนี้ ประกอบด้วย การประชุมชี้แจงการเก็บข้อมูลปัสสาวะในเด็กอายุ 6-12 ปี การเก็บตัวอย่างเกลือปรุงอาหารในครัวเรือนและโรงอาหารของโรงเรียน การเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามในเด็กอายุ 6-10 ปี และเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ในเด็กอายุ 11-12 ปี รวมถึงการใช้สื่อภาพหน่วยนับปริมาณการรับประทานอาหารที่มีไอโอดีนประกอบการเก็บข้อมูลของกลุ่มตัวอย่างในครั้งนี้ ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูจากโรงเรียนเป้าหมาย และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่เป็นอย่างดี