นย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา จัดโครงการ “รักเป็น รักปลอดภัย ชีวิตใคร ออกแบบเอง” เสริมพลังเยาวชน สร้างแกนนำรักปลอดภัยในสถานศึกษาและชุมชน
Department of Health Provides latest news and useful information for you.
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 นายแพทย์พีระยุทธ สานุกูล ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา มอบหมายให้โรงพยาบาลศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา ดำเนินโครงการ “รักเป็น รักปลอดภัย ชีวิตใคร ออกแบบเอง” ภายใต้ยุทธศาสตร์การยกระดับองค์กรสู่ความเป็นเลิศและมีธรรมาภิบาล และการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ ณ โรงเรียนบ้านหนองรังกา และโรงพยาบาล ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา สาขาเดอะมอลล์นครราชสีมา
โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความรัก ความสัมพันธ์ที่เหมาะสมตามวัย สุขภาวะทางเพศ และการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมทั้งพัฒนาทักษะชีวิตที่จำเป็น อาทิ การตัดสินใจอย่างมีเหตุผล การสื่อสาร และความรับผิดชอบต่อผลของการกระทำ โดยพัฒนาแกนนำนักเรียนระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า นครราชสีมา จำนวน 30 คน ให้มีบทบาทเป็นผู้นำด้านสุขภาพและสามารถถ่ายทอดความรู้ไปยังบุคคลอื่นได้อย่างเหมาะสม
กิจกรรมช่วงเช้าเป็นการอบรมและจัดฐานการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6 โรงเรียนบ้านหนองรังกา ส่วนกิจกรรมช่วงบ่ายเป็นการประชาสัมพันธ์และรณรงค์ในรูปแบบเกม “Safe Love, Smart Choice: รักเป็น เลือกได้” ครอบคลุมประเด็นการใช้ถุงยางอนามัย ยาคุมฉุกเฉิน การยินยอม (Consent) และการแก้ไขความเชื่อที่คลาดเคลื่อน พร้อมแจกสื่อและถุงยางอนามัยแก่ผู้สนใจ ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา สาขาเดอะมอลล์นครราชสีมา ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนที่มาใช้บริการเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนายวีระชาติ ทุ่งไผ่แหลม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เยี่ยมชมกิจกรรมและร่วมพูดคุยกับเยาวชน สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันปัญหาทางเพศในกลุ่มเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม และแพทย์หญิงสายทิพย์ ตัน รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา เป็นผู้มอบเกียรติบัตรให้แก่นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 30 คน
ผลการดำเนินงานเชิงปริมาณเป็นไปตามเป้าหมาย มีแกนนำนักเรียนได้รับการส่งเสริมความรู้และทักษะด้านสุขภาวะทางเพศไม่น้อยกว่า 30 คน และผลการประเมินความพึงพอใจอยู่ในระดับมากขึ้นไปไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 สะท้อนถึงประสิทธิภาพของกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม และการใช้พลังเยาวชนเป็นกลไกสำคัญในการสื่อสารสุขภาพอย่างยั่งยืน