Flash news!
Home arrow เผยแพร่ผลงานวิจัย ปี 2550 arrow การพยาบาลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงร่วมกับโรคเบาหวาน
การพยาบาลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงร่วมกับโรคเบาหวาน PDF พิมพ์ ส่งเมล
ระดับผู้ใช้: / 22
แย่จังดีมาก 
Friday, 28 December 2007

การพยาบาลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงร่วมกับโรคเบาหวาน 
(กรณีศึกษา)

จิตตมาศ  ปานนิ่ม*

บทคัดย่อ

          การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงร่วมกับโรคเบาหวาน มีความรู้และปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลและระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อส่งเสริมญาติในครอบครัวของผู้ป่วย  โรคความดันโลหิตสูงร่วมกับโรคเบาหวานในการสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงร่วมกับโรคเบาหวาน ให้ปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสม  เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน ที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยได้ โดยเริ่มศึกษาตั้งแต่ ตุลาคม 2548 - มีนาคม 2549  เป็นระยะเวลา 6 เดือน กรณีศึกษานี้เป็นผู้ป่วยหญิงไทย รูปร่างท้วม  อายุ  78 ปี  มาโรงพยาบาล  ด้วยอาการสำคัญ คือ  ปวดบริเวณท้ายทอย  และขมับทั้ง 2 ข้าง ชาปลายมือปลายเท้าทั้ง 2 ข้าง ก่อนมาโรงพยาบาล 3 วัน T = 37.1 ْ c ,P = 104 /min,R = 20 /min,BP = 170/80 mmHg.,BW = 71.5  Kg. ผล  FBS =  204 mg/dl. แพทย์วินิจฉัยว่า  เป็นโรคความดันโลหิตสูงร่วมกับโรคเบาหวาน การรักษาคือ Glibenclamide (5) 1x1 ๏ac, Metformin (500) 2x2 ๏ pc,Propanolol (40) 1x2 pc ,Enarapril (20) 1x2๏pc, ASA (80) 1x1๏pc ดำเนินการศึกษาโดยรวบรวมข้อมูลสุขภาพและประเมินภาวะสุขภาพตามกรอบแบบแผนสุขภาพของกอร์ดอน พบว่ามีปัญหาทางการพยาบาลดังนี้  
               1. ผู้ป่วยมีโอกาสเกิดเส้นเลือดในสมองแตกเนื่องจากมีระดับความดันโลหิตสูง
               2. มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงจากความผิดปกติของเมตาบอลิซึมคาร์โบไฮเดรต
               3. เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเนื่องจากมึนเวียนศีรษะ
               4. พร่องความรู้ในการปฏิบัติตนเกี่ยวกับโรคที่เป็นอยู่
              
5. มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังจากโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง และให้กิจกรรมการพยาบาลโดย ให้ความรู้และการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมกับโรค  และการป้องกันภาวะแทรกซ้อน , ส่งเสริมญาติและบุคคลในครอบครัวในการให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้ป่วย , ติดตามเยี่ยมบ้าน 3 ครั้ง

          การประเมินผลการพยาบาลพบว่า  ไม่มีอาการมึนเวียนศีรษะ  ไม่มีอาการชาปลายมือปลายเท้า  ผู้ป่วยสามารถลดระดับน้ำตาลและระดับความดันโลหิตลงได้ BP = 140/80 mmHg. , FBS = 134 mg/dl. ผู้ป่วยสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเรื่อง การใช้ยา การควบคุมอาหาร การออกกำลังกายได้ถูกต้อง  ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนเรื้อรัง  จากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ได้แก่ ไตวาย หัวใจขาดเลือด ความผิดปกติของจอตา หลอดเลือดในสมองได้รับอันตราย

*พยาบาลวิชาชีพ 5

ถัดไป >