Flash news!
Home arrow คลังความรู้ arrow รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ
รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ PDF พิมพ์ ส่งเมล
ระดับผู้ใช้: / 42
แย่จังดีมาก 
Friday, 12 October 2007

รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ

สุภาณี  แก้วพินิจ*
ลินดา  สิริภูบาล**
บุญสนอง ภิญโญ***
ศูนย์อนามัยที่ 9 พิษณุโลก

บทคัดย่อ

            การวิจัยเรื่องการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ ประกอบด้วยการผสมผสานระเบียบวิธีวิจัยทั้งการวิจัยเอกสารและการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ 2) เพื่อศึกษาแนวทางการนำรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการไปขยายผลในระดับชุมชนต่อไป กำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะ เจาะจงเป็นแกนนำผู้สูงอายุ จำนวน 15 คน จาก 5 จังหวัด ได้แก่ ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัยและอุตรดิตถ์ เข้าร่วมกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการและสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (in-depth interview)ติดตามพฤติกรรมสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลใช้การหาค่าร้อยละ ข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา นำเสนอเป็นกรณีศึกษา

           
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มแกนนำผู้สูงอายุทั้ง 5 จังหวัด เป็นเพศหญิงจำนวน 13 คน คิดเป็น   ร้อยละ 86.7 อายุบูรไดจัยประกอรส่งระหว่าง 60 – 70 ปี รายได้ระหว่าง 20,001 – 30,000 บาทต่อเดือน การศึกษา ร้อยละ 53.3 จบมัธยมปลาย/ปวช ที่เหลือ ร้อยละ 40.0 จบระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการบำนาญ รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ 1) การตรวจและทดสอบสมรรถภาพของร่างกายพร้อมให้คำแนะนำ  2) การรับประทานอาหารสุขภาพ  3) การออกกำลังกาย โยคะ ยืดเหยียด การออกกำลังกายในน้ำ (hydro aerobic) สาธิตและฝึกปฏิบัติการเล่นกีฬา woodball รวมถึงการทำ spa stream & sauna   4) ศิลป์เพื่อสุขภาพ (Art for health) การใช้ศิลปะบำบัด (color therapy) พร้อมด้วยดนตรีบำบัด (music therapy) 5) ผนวกกับกิจกรรมบูรณาการของกรมอนามัยในการดูแลสุขภาพตนเอง อาทิ การล้างมือและการใช้ช้อนกลาง โดยสอดแทรกเข้าไปในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันเพื่อฝึกให้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต  กิจกรรมด้านสังคมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์จากการดำเนินกิจกรรมของผู้สูงอายุ การสนทนาธรรม การปฏิบัติธรรม ฝึกสมาธิ  ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี

           
ผลสำรวจภาวะสุขภาพ ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี มีปัญหาเรื่องไขมันเกินและความดันโลหิตสูงร้อยละ 6.67 จากการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก การสังเกตแบบมีส่วนร่วมและการสังเกตไม่มีส่วนร่วม พบว่ากลุ่มแกนนำทั้ง 15 คน มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณการ มีทัศนคติที่ดีต่อการดูแลสุขภาพของตนเอง มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ  โดยวางอยู่บนพื้นฐานของวิถีการดำเนินชีวิต (life style) และนำไปปฏิบัติกับครอบครัว รวมถึงนำไปขยายผลกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุให้กับชุมชน โดยใช้รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพที่ง่ายหรือการสาธิต  ให้ดูทำให้กลุ่มแกนนำผู้สูงอายุมีความรู้  สามารถจัดการกับพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพทั้งในระดับบุคคล ครอบครัวและชุมชน ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของผู้สูงอายุ แต่อย่างไรก็ตาม รูปแบบดังกล่าว ต้องติดตามผลและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

Abstract

            The objectives of this study aimed to study an integrated model development that provided health promotion to the elderly and to study a guideline for implementing the model to the community. This was a multi-method study consisting of documentary and action research. The 15 samples were purposively selected from 5 provinces  under the responsibility of the Regional Health Promotion Center 9: Tak, Phitsanulok, Phetchabun, Sukhothai and Uttaradit. Data collection was done by using in-depth interview, participant and non-participant observations, and the follow-up. Content analysis and descriptive statistics were used to analyze the data.

            The integrated health promotion model for elderly citizens developed here comprises 5 processes: 1) conducting health examination, 2) providing diet for health,      3) performing physical activities. 4) attending programs of art for health, color and music therapy, and 5) integrating routine and social activities such as self-care, good consuming habit, Buddhist practices and meditation, etc, into part of their daily life in order to build the supportive environment for health.

            The results of this study revealed that most of the participants were in good health status and  had positive attitude to the program. They were able to change their self-care behaviors and kept practicing, after leaving the program with their families. Also, they had expanded on the program’s benefits to other members in the communities.

In short, the developed integrated model could be used or applied to promote health of the elderly. However, continuous home health care was still crucial. Thus, the follow-up schedule should be made to ensure the sustainable results.

 

*เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสุขภาพ 6
**
นักวิชาการสาธารณสุข 8 ว.
***
นักวิชาการสาธารณสุข 9 ชช.
กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม 

 

Download File บทวิทยาการ

< ก่อนหน้า   ถัดไป >