Flash news!
Home arrow เผยแพร่ผลงานวิจัย ปี 2549 arrow การศึกษาผลการดำเนินงานโครงการป้องกันและควบคุมการแพร่เชื้อ เอชไอวี จากแม่สู่ลูก ในเขต 2
การศึกษาผลการดำเนินงานโครงการป้องกันและควบคุมการแพร่เชื้อ เอชไอวี จากแม่สู่ลูก ในเขต 2 PDF พิมพ์ ส่งเมล
ระดับผู้ใช้: / 3
แย่จังดีมาก 
Monday, 14 May 2007
การศึกษาผลการดำเนินงานโครงการป้องกันและควบคุมการแพร่เชื้อ เอชไอวี
จากแม่สู่ลูก ในเขต 2 ปีงบประมาณ 2544 - 2548
(The study in processing of projects for decrease the spreading in HIV
from mother to baby in region 2  year 2001 - 2005)

สุเทพ  นาคจันทร์
ศูนย์อนามัยที่ 9 พิษณุโลก

หลักการและเหตุผล

                  การแพร่เชื้อ เอชไอวี จากแม่สู่ลูก นับได้ว่าเป็นปัญหาร้ายแรงและเร่งด่วนของการแพทย์ และสาธารณสุข  เนื่องจากอัตราการติดเชื้อ เอชไอวี ในหญิงตั้งครรภ์สูงขึ้น  ซึ่งจะทำให้อัตราการ ติดเชื้อในทารกสูงขึ้นไปด้วย เกิดผลกระทบต่อรูปแบบการเจริญเติบโตของประเทศ ดังนั้นจึงได้มีการกำหนดแนวทางการควบคุม    ป้องกันและลดอัตราการติดเชื้อ เอชไอวี ในกลุ่มแม่และเด็ก โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รณรงค์เผยแพร่ความรู้และข่าวสารต่าง ๆ  ไปสู่ประชาชนทั่วไป เพื่อให้เกิดความตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงอันจะนำไปสู่การติดเชื้อ เอชไอวี ซึ่งสามารถจะถ่ายทอดไปสู่ทารกในครรภ์ได้ซึ่งจะก่อให้เกิดการเจ็บป่วยและตายของทารกทำให้เป็นปัญหาอุปสรรคต่อคุณภาพชีวิตของมารดาและทารกและสถาบันครอบครัวโดยรวม

                  ปี พ.ศ.2539 กรมอนามัยได้มีเป้าหมายในการดำเนินงานควบคุมและป้องกันเอดส์ในแม่และเด็กเพื่อลดอัตราการแพร่เชื้อ เอชไอวี จากแม่สู่ลูก โดยเน้นให้คำปรึกษาและเจาะเลือดในหญิงตั้งครรภ์ด้วยความสมัครใจ และในปี พ.ศ.2542 สำนักงานส่งเสริมสุขภาพและศูนย์อนามัยที่ 9 พิษณุโลก ได้เล็งเห็นความสำคัญและเพื่อสนองตอบนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข จึงได้ดำเนินโครงการลดอัตราการแพร่เชื้อ  เอชไอวี จากแม่สู่ลูก ในเขตความรับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ 9 พิษณุโลก ประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, อุตรดิตถ์, ตากและสุโขทัย โดยได้จัดประชุมสัมมนาผู้บริหารระดับเขต/จังหวัด และเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการปรึกษาในทุกระดับเพื่อให้มีความสามารถให้บริการปรึกษาเรื่องเอดส์ในหญิงตั้งครรภ์ จัดระบบการบริหารในทุกด้านเพื่อให้การดำเนินโครงการให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
                  ขั้นตอนการให้บริการเพื่อลดอัตราการแพร่เชื้อ เอชไอวี จากแม่สู่ลูก 
                  1.  หญิงมีครรภ์ทุกคนจะได้รับคำปรึกษาและตรวจหาเชื้อ เอชไอวี โดยความสมัครใจ
                  2.  หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ HIV จะได้รับยาต้านไวรัสในระยะตั้งครรภ์และระหว่างคลอด
                  3.  เด็กที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อ เอชไอวี จะได้รับยาต้านไวรัสและจะได้รับนมผสม  สำหรับเลี้ยงทารก  รวมทั้งได้รับตรวจหาภูมิต้านทานเชื้อ เอชไอวี
                  4.  แม่และเด็กจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมต่อไป
                  โครงการลดอัตราการแพร่เชื้อ เอชไอวี จากแม่สู่ลูก โดยใช้ยา AZT ในหญิงตั้งครรภ์ของศูนย์อนามัยที่ 9 พิษณุโลก ได้ดำเนินการตั้งแต่ ปี พ.ศ.2542 จนถึงปัจจุบัน ผู้วิจัยจึงตระหนักถึงความสำคัญของการวิเคราะห์สถานการณ์การดำเนินงานลดอัตราการแพร่เชื้อ เอชไอวี จากแม่สู่ลูก ในเขตความรับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ 9 พิษณุโลก เพื่อศึกษาสถานการณ์อัตราการติดเชื้อ เอชไอวี ในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งจะนำไปสู่การติดเชื้อในทารก และศึกษาแนวโน้มของจำนวนทารกเกิดมีชีพจากแม่ที่ติดเชื้อ เอชไอวี ประกอบกับการวิเคราะห์สถานการณ์การดำเนินโครงการ อันจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินงานโครงการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์
                  1.  เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลการดำเนินงานโครงการป้องกันและควบคุมการแพร่เชื้อ เอชไอวี จากแม่สู่ลูก
                  2.  เพื่อศึกษาสถานการณ์การติดเชื้อ เอชไอวี ในหญิง ตั้งครรภ์และคลอด ตลอดจนการได้รับยาต้านไวรัส AZT และนมผสม
                  3.  เพื่อทราบอัตราการติดเชื้อ เอชไอวี ในเด็กที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อ เอชไอวี

วิธีการศึกษา

                  ศึกษาโดยการเก็บรวบรวมข้อมูลจากรายงานประจำเดือน (Monthly Report) เดือนตุลาคม 2543 ถึงกันยายน 2548 เครื่องมือที่ใช้คือ โปรแกรมสำเร็จรูป PHIMS (Perinatal HIV Intervention Monitoring System) ซึ่งสร้างขึ้นโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข  และศูนย์ความร่วมมือไทย - สหรัฐ ด้านสาธารณสุข ค่าสถิติที่ใช้ได้แก่ ความถี่และร้อยละ โดยนำข้อมูลที่ได้บันทึกข้อมูลลงในโปรแกรมสำเร็จรูป PHIMS (Perinatal HIV Intervention Monitoring System) ที่โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง รวม 46 แห่ง ในเขต 2 ที่ทุกจังหวัดได้ส่งให้ศูนย์อนามัยที่ 9 พิษณุโลก ทุกเดือน

ผลการศึกษา

                   การฝากครรภ์ พบว่าใน 5 จังหวัดของเขต 2 มีหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ใหม่   ทั้งสิ้น 104,213 ราย ในจำนวนดังกล่าวได้มีการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาการติดเชื้อ เอชไอวี 99,930 ราย คิดเป็นร้อยละ 95.9 ในกลุ่มที่มาฝากครรภ์มีอัตราการติดเชื้อ เอชไอวี 1,146 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.1 จังหวัดที่พบว่ามีอัตราการติดเชื้อ เอชไอวี ในหญิงตั้งครรภ์มากที่สุดคือ จังหวัดอุตรดิตถ์ ร้อยละ 1.7 รองลงมาคือ จังหวัดตากพิษณุโลก และสโขทัย ร้อยละ 1.2 , 1.1 และ 1.1 ตามลำดับ ส่วนจังหวัดที่พบว่ามีอัตราการติดเชื้อ เอชไอวี ในหญิงตั้งครรภ์น้อยที่สุดคือ จังหวัดเพชรบูรณ์ พบร้อยละ 1.0

                   การคลอด พบว่ามีผู้มาคลอดได้รับการตรวจหาการติดเชื้อ เอชไอวี ทั้งสิ้น 157,975 ราย คิดเป็นร้อยละ 99.3 มีผลเป็นบวก 1,470 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.9 ผู้ที่มาคลอดได้รับการฝากครรภ์และมีผลการตรวจหาการติดเชื้อ เอชไอวี ทั้งสิ้น 154,001 ราย คิดเป็นร้อยละ 99.5  มีผู้ที่มาคลอดได้รับการฝากครรภ์และมีผลการตรวจหาการติดเชื้อ เอชไอวี เป็นบวก ทั้งสิ้น 1,343 ราย   คิดเป็นร้อยละ 0.9  มีผู้ที่มาคลอดไม่ได้ฝากครรภ์และมีผลการตรวจหาการติดเชื้อ เอชไอวี เป็นบวก ทั้งสิ้น 127 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.2

                   การได้รับยาต้านไวรัส AZT และนมผสม พบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มีผลการตรวจหาการติดเชื้อ เอชไอวี เป็นบวกได้รับยาต้านไวรัส AZT 1,135 ราย คิดเป็นร้อยละ 84.5 ในจำนวนหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับยาต้านไวรัส AZT พบว่าผู้ที่ได้รับยาต้านไวรัส AZT มากกว่าหรือเท่ากับ 4 สัปดาห์มี 754 ราย คิดเป็นร้อยละ 73.1 ส่วนทารกที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อ เอชไอวี ได้รับยาต้านไวรัส AZT ทั้งสิ้น 1,402 ราย คิดเป็นร้อยละ 96.6 และทารกที่ได้รับนมผสมเพื่อทดแทนนมแม่ก่อนออกจากโรงพยาบาล จำนวน 1,332 ราย คิดเป็นร้อยละ 91.7 สำหรับปริมาณนมผสมที่ให้ทารกที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อ เอชไอวี จนถึงเด็กอายุ 2 ปี รวมทั้งสิ้น 98,298.91 กิโลกรัม

                   เด็กที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อ เอชไอวี เมื่ออายุครบ 18-24 เดือน พบว่าตั้งแต่ ปีงบประมาณ 2544 - 2548 มีจำนวนทั้งสิ้น 340 ราย สามารถติดตามเด็กมาเจาะเลือดเพื่อตรวจหาการติดเชื้อ เอชไอวีได้ 257 ราย คิดเป็นร้อยละ 75.59 อัตราการความครอบคลุมของการตรวจวินิจฉัยสภาวะการติดเชื้อ เอชไอวี ของเด็กที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อ เอชไอวี คิดเป็นร้อยละ 75.59    ผลการตรวจหาการติดเชื้อเป็นบวก 15 ราย คิดเป็นอัตราการติดเชื้อร้อยละ 5.84

สรุป

            โครงการลดอัตราการแพร่เชื้อ เอชไอวี จากแม่สู่ลูก นับว่าเป็นโครงการที่มีความสำคัญและจำเป็นในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รู้เท่าทันสถานการณ์การดำเนินงานลดอัตราการแพร่เชื้อ เอชไอวี จากแม่สู่ลูก และทราบอัตราการติดเชื้อ เอชไอวี ในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งจะนำไปสู่การติดเชื้อในทารก ควรมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานภายในกระทรวงสาธารณสุขและระหว่างองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ในการจัดบริการในเรื่องของการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ ไม่ต่างคนต่างทำ ลดขั้นตอนและความซ้ำซ้อนต่าง ๆ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับบริการที่เหมาะสม ครอบคลุมและรวดเร็ว ควรเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้แก่ประชาชนได้รับทราบถึงการจะได้รับยาต้านไวรัสในหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ เอชไอวี และเด็กที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อ เอชไอวี อย่างกว้างขวางต่อเนื่อง และให้กลุ่มเป้าหมายตระหนักถึงการป้องกันการติดเชื้อ เอชไอวี และการลดการแพร่เชื้อ เอชไอวี จากแม่สู่ลูกด้วย

< ก่อนหน้า   ถัดไป >