Flash news!
Home arrow เผยแพร่ผลงานวิจัย ปี 2552 arrow โครงการส่งเสริมพัฒนา IQ EQ เด็กปฐมวัย ในเขต 2
โครงการส่งเสริมพัฒนา IQ EQ เด็กปฐมวัย ในเขต 2 PDF พิมพ์ ส่งเมล
ระดับผู้ใช้: / 10
แย่จังดีมาก 
Wednesday, 03 February 2010

โครงการส่งเสริมพัฒนา IQ EQ เด็กปฐมวัย ในเขต 2

ปวีณา เมณกูล*

บทคัดย่อ

          การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาการจัดโครงการส่งเสริมพัฒนา IQ EQ เด็กปฐมวัย ในเขต 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บิดา มารดา ผู้ปกครองและผู้เลี้ยงดูเด็กได้รับความรู้ ทักษะเรื่องการส่งเสริมพัฒนาการ กลุ่มตัวอย่างคือบิดา มารดา ผู้ปกครองและผู้เลี้ยงดูเด็กของศูนย์เด็กเล็ก ในเขต 2 ทั้ง 5 จังหวัดๆละ 2 แห่งๆละ 20 ครอบครัว ดำเนินการศึกษาตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2549 – ธันวาคม 2550 โดยมีการให้ความรู้แก่กลุ่มตัวอย่าง แห่งละ 10 ครั้ง ทุกเดือน ซึ่งมีกิจกรรมการให้ความรู้ที่หลากหลาย ได้แก่การบรรยาย สาธิตและการฝึกปฏิบัติ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยให้กลุ่มตัวอย่างตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไป แบบประเมินความคิดเห็นต่อการจัดอบรม และตรวจประเมินพัฒนาการเด็ก ข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์โดยใช้ค่าสถิติร้อยละ
          ผลการศึกษาพบว่า ผู้เข้าร่วมอบรมส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 86.98 อายุส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 30-39 ปี คิดเป็นร้อยละ 39.06 มีความสัมพันธ์กับเด็กส่วนใหญ่เป็นมารดา รองลงมาคือปู่ย่าตายาย ความคิดเห็นโดยรวมต่อการจัดอบรมครั้งนี้อยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 81.25 การตรวจพัฒนาการเด็กหลังการจัดอบรม พบว่ารวมทุกจังหวัดเขต 2 เด็กมีพัฒนาการตามเกณฑ์ คิดเป็นร้อยละ 82.30 พัฒนาการสงสัยล่าช้า คิดเป็นร้อยละ 17.70 เมื่อพิจารณารายจังหวัดพบว่า จังหวัดเพชรบูรณ์มีพัฒนาการสงสัยล่าช้ามากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 30.00 รองลงมาคือ จังหวัดอุตรดิตถ์ คิดเป็นร้อยละ 20.00 พบ 3 จังหวัดมีพัฒนาการตามเกณฑ์มากที่สุดและเท่ากัน คือจังหวัดตาก จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดพิษณุโลก คิดเป็นร้อยละ 87.50 พัฒนาการเมื่อแยกเป็นรายด้าน พบว่าเด็กมีพัฒนาการด้านภาษาสงสัยล่าช้ามากที่สุด คิดเป็นร้อยละ15.10 รองลงมาคือพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อและการปรับตัว คิดเป็นร้อยละ 6.77 เมื่อพิจารณารายจังหวัดพบว่าจังหวัดเพชรบูรณ์มีพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อและการปรับตัว สงสัยล่าช้ามากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 22.50 รองลงมาคือ จังหวัดอุตรดิตถ์พบมีพัฒนาการด้านภาษาสงสัยล่าช้ามากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 20.00
          ผลการจัดการส่งเสริมให้ความรู้ ควรมีการเน้นให้บิดาหรือผู้เลี้ยงดูเพศชายมีส่วนร่วมในการส่งเสริมเลี้ยงดูเด็กให้มากขึ้น และควรเน้นการส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษา พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อและการปรับตัว เนื่องจากพบว่าพัฒนาการทั้ง 2 ด้านนี้สงสัยล่าช้ามากที่สุด สถานการณ์พัฒนาการเด็กหลังที่ผู้เลี้ยงดูเด็กเข้ารับการอบรม พบมีพัฒนาการดีขึ้นเมื่อเทียบกับสถานการณ์พัฒนาการของเขต จากข้อมูลที่นำเสนอข้างต้น แสดงให้เห็นว่า จำเป็นที่จะต้องพัฒนาบิดา มารดา ให้มีวามรู้ ทักษะในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และไม่เพียงแต่บิดา มารดาเท่านั้น ผู้สูงอายุ ผู้ปกครอง รวมถึงผู้เลี้ยงดูเด็กในศูนย์เด็กเล็ก ควรจะได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะควบคู่กับไปเพื่อให้เด็กมีพัฒนาการที่สมวัย และเพื่อให้เห็นความสำคัญและตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องส่งเสริมพัฒนาการเด็กให้ถูกต้อง
 

*พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Thursday, 04 February 2010 )
< ก่อนหน้า   ถัดไป >