Home สรุปผลแผนงานโครงการ สรุปผลการดำเนินโครงการปีงบประมาณ 2552 โครงการการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกระยะก่อนเป็นมะเร็งด้วยวิธี VIA

สถิติเวปไซต์

OS : FreeBSD
PHP : 5.2.4
MySQL : 5.0.45-log
เวลา : 06:32
Caching : ปิดการใช้งาน
GZIP : ปิดการใช้งาน
สมาชิก : 13
Content : 350
เว็บลิงก์ : 113
Content View Hits : 1316521

ขณะนี้คนออนไลน์

เรามี 3 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
โครงการการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกระยะก่อนเป็นมะเร็งด้วยวิธี VIA PDF พิมพ์ อีเมล

โครงการการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกระยะก่อนเป็นมะเร็งด้วยวิธี VIA  
และรักษาด้วยวิธีจี้เย็น ประจำปีงบประมาณ 2552

นางสาวนิชนันท์ อินสา และ
ทีมงานอนามัยวัยเจริญพันธุ์

หลักการและเหตุผล
     ปัจจุบันมะเร็งปากมดลูกยังเป็นปัญหาสาธารณสุข  และเป็นสาเหตุการตายจากโรคมะเร็ง    มากที่สุดในสตรีไทย  ทั้ง ๆ ที่มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้  เพราะหลังจากได้รับเชื้อ  Humanpapilloma  Virus (HPV)   ชนิด High risk type  ประมาณ  10-15 ปี  ปากมดลูกที่ปกติ จึงจะเปลี่ยนแปลงมาเป็นความผิดปกติที่ปากมดลูก  และเป็นมะเร็งปากมดลูกในที่สุด     การค้นหาสตรี   ที่ปากมดลูกผิดปกติระยะก่อนเป็นมะเร็ง  จึงเป็นแนวทางที่ให้ผลคุ้มค่า ซึ่งประเทศไทยได้นำเอาวิธีการตรวจคัดกรองทางเซลล์วิทยา (pap smear)  มาทำการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกให้กับสตรีไทยมากกว่า  40  ปีแล้ว แต่ความครอบคลุมการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมีเพียงประมาณ  10 %  ของสตรีกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น  จากรายงานสถานะสุขภาพของคนไทย  ปี พ.ศ. 2543   มีสตรีไทยเกือบ  ร้อยละ 60   ยังไม่เคยได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเลย  เนื่องจากการตรวจคัดกรองด้วย   วิธี  pap  Smear  ยังมีข้อจำกัดหลายประการ  และจากลักษณะทางสังคม  และวัฒนธรรมไทยโดยเฉพาะในชนบท  อุบัติการณ์ การเป็นมะเร็งปากมดลูกสตรีไทยจึงสูง  สำนักวิจัยมะเร็งนานาชาติ  (IARC : International Agency for Research a Cancer)  รายงานว่าอุบัติการณ์มะเร็งปากมดลูกสตรีไทย เท่ากับ  23.5 ต่อ ประชากรสตรี  100,000  คน (พ.ศ. 2543)

      กรมอนามัย  โดยกองอนามัยการเจริญพันธุ์   ร่วมกับ   ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศ  คณะแพทยศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา  มหาวิทยาลัยขอนแก่น  และองค์การ JHPIEGO  ได้จัดทำโครงการศึกษาความปลอดภัย  การยอมรับ  ความเป็นไปได้  และประสิทธิผลของการคัดกรอง (SAFE Project)        โดยนำเอาวิธี  VIA    (Visual  Inspection  with Acetic  Acid)  และรักษาความผิดปกติของปากมดลูกระยะก่อนเป็นมะเร็งทันทีด้วยวิธีจี้เย็น (Cryotherapy)  หรือที่เรียกว่า  See and Treat หรือ Single  Visit  Approach   โดยการนำร่องใน  4  อำเภอ    ของจังหวัดร้อยเอ็ด แพทย์และพยาบาลวิชาชีพได้รับการอบรมเพื่อการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและการรักษาโดยเจ้าหน้าที่ขององค์การ  JHPIEGO  พบว่า  พยาบาลวิชาชีพที่เข้ารับการอบรมสามารถให้บริการ  คัดกรองและรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย สามารถให้บริการได้ที่สถานีอนามัยและโรงพยาบาลชุมชน  เป็นที่ยอมรับของสตรีกลุ่มเป้าหมาย  และผลการศึกษาวิจัยนี้ได้ถูกนำลงในวารสาร   The LANCET    ในปีต่อมา ปัจจุบันได้มีการนำเอาวิธี VIA และรักษาด้วยวิธีจี้เย็น (Cryotherapy)   มาเป็นทางเลือก ในการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกระยะก่อนเป็นมะเร็งให้กับสตรีไทย เพียงบางจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   

      เพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันมะเร็งปากมดลูกให้กับสตรีไทย   ศูนย์อนามัยที่ 9   พิษณุโลกได้มีนโยบายให้นำเอาวิธี  VIA  (Visual  Inspection  with Acetic  Acid)  และรักษาความผิดปกติของปากมดลูกระยะก่อนเป็นมะเร็งทันทีด้วยวิธีจี้เย็น(Cryotherapy)  มาเป็นทางเลือกในการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกให้กับสตรีไทยกลุ่มอายุ 30 - 45 ปี  ศูนย์อนามัยที่ 9   พิษณุโลก    ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในเขตที่รับผิดชอบ ได้ร่วมกันจัดทำโครงการการตรวจ คัดกรองมะเร็งปากมดลูกระยะก่อนเป็นมะเร็งด้วยวิธี  VIA (Visual  Inspection  with Acetic  Acid)  และรักษาความผิดปกติของปากมดลูกระยะก่อนเป็นมะเร็งทันทีด้วยวิธีจี้เย็น(Cryotherapy) โดยทำการฝึกอบรมแพทย์และพยาบาลวิชาชีพ ให้มีความรู้  และมีทักษะในการให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกระยะก่อนเป็นมะเร็งด้วยวิธี VIA  และรักษาความผิดปกติด้วยวิธีจี้เย็น(Cryotherapy)   ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยและให้มีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกระยะก่อนเป็นมะเร็งด้วยวิธี VIA และรักษาความผิดปกติของปากมดลูกระยะก่อนเป็นมะเร็งด้วยวิธี จี้เย็นในเขตรับผิดชอบ

วัตถุประสงค์
1.เพื่อพัฒนาศักยภาพและสนับสนุนภาคีเครือข่าย ให้มีความรู้ ความเข้าใจในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและรักษาด้วยวิธีจี้เย็น
2.เพื่อรณรงค์การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแบบ VIA และการรักษาโดยการจี้เย็น

กลุ่มเป้าหมาย
1. เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจังหวัด ตาก อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ   ศูนย์อนามัยที่ 9 พิษณุโลก
2. ผู้รับบริการทั่วไป

กลวิธีดำเนินงาน
1.จัดอบรมให้ความรู้เรื่องมะเร็งปากมดลูกกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวร พิษณุโลก
1.1 จัดตั้งคณะทำงาน
1.2 ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
1.3 จัดเตรียมผู้เข้าร่วมประชุม
1.4 ประชุมคณะทำงานถึงรูปแบบและวิธีการจัดการประชุม
1.5 แบ่งหน้าที่ของคณะทำงานคณะทำงานถึงรูปแบบการจัดประชุม
1.6 ดำเนินการจัดประชุม
1.7 สรุปการประชุม
2.  เพิ่มประสิทธิภาพงานบริการการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
2.1 รณรงค์และประชาสัมพันธ์
2.2 ร่วมกับเครือข่ายในการออกตรวจ ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแบบ VIA และการรักษาโดยการจี้เย็น

สรุปผลการดำเนินงาน
1. จัดอบรมให้ความรู้เรื่องมะเร็งปากมดลูกกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวร พิษณุโลก  1 ครั้ง  
2. เพิ่มประสิทธิภาพงานบริการการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
      2.1 รณรงค์และประชาสัมพันธ์ 5 ครั้ง
      2.2 ร่วมกับเครือข่ายในการออกตรวจ ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแบบ VIA และการรักษาโดยการจี้เย็น  5 ครั้ง

ผลลัพธ์/ผลผลิต
1. จัดอบรมให้ความรู้เรื่องมะเร็งปากมดลูกกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวร พิษณุโลก  1 ครั้ง  ในวันที่ 13 และ 15 กรกฎาคม 2552
   - ผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหมด 186 คน
   - ความรู้ก่อนการอบรม ร้อยละ 49.91
   - ความรู้หลังการอบรม  ร้อยละ 72.61
   - ความพึงพอใจในการจัดประชุม ร้อยละ 88.14
2. เพิ่มประสิทธิภาพงานบริการการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
   - ผู้รับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ทั้งหมด  173  คน
   - ผู้รับบริการได้รับสุขศึกษาก่อนการตรวจ 173 คน คิดเป็น   100 %
   - ผู้รับบริการตรวจ pap smear ทั้งหมด 108 คน คิดเป็น 62.42 %
   - ผู้รับบริการตรวจ VIA ทั้งหมด 65 คน คิดเป็น 37.57 %
         - มีผลการตรวจปกติ จำนวน 60 คน คิดเป็น  92.30 %
         - มีผลการตรวจผิดปกติ จำนวน 5 คน คิดเป็น  7.69 %
         - ได้รับการรักษาด้วยการจี้เย็น จำนวน 2 คน
             @ ผู้รับบริการขอไปรักษาต่อ ที่ โรงพยาบาลพุทธชินราช 1 คน
             @เลื่อนนัดจี้เย็น 2 คน

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ 
1. มีการประสานงานกับเครือข่ายอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
2. ความรู้ ความสามารถของผู้ให้บริการ เพราะการตรวจคัดกรองแบบ VIA ไม่สามารถทำได้โดยทั่วไป
3. การได้รับความสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชาและผู้ร่วมงานในโรงพยาบาล
4. มีอุปกรณ์ เครื่องมือพร้อมให้การบริการ
5. มีระบบการส่งต่อที่ดี

ปัญหา  อุปสรรค  ในการดำเนินงาน / แนวทางการแก้ไขปัญหา
 ปัญหา / อุปสรรค
มีข้อจำกัดด้านงบประมาณทำให้ไม่สามารถจัดการอบรมตามแผนได้

แนวทางการแก้ไขปัญหา  
ปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินงาน

 
ลิขสิทธิ์ © 2014 Evaluate & Information Technology. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL License.
เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย จูมล่าลายไทย