สถิติเวปไซต์

OS : FreeBSD
PHP : 5.2.4
MySQL : 5.0.45-log
เวลา : 08:37
Caching : ปิดการใช้งาน
GZIP : ปิดการใช้งาน
สมาชิก : 12
Content : 347
เว็บลิงก์ : 113
Content View Hits : 1172170

ขณะนี้คนออนไลน์

เรามี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
โครงการส้วมสาธารณะไทย ปี 2550 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย รอยรัก ทองสงคราม   
วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2009 เวลา 15:i น.

โครงการส้วมสาธารณะไทย ปี 2550

ผู้รับผิดชอบโครงการ     นายรุ่งรดิศ  เหมฤดี  

หลักการและเหตุผล
         ในอดีตส้วมเป็นปัญหาพื้นฐานที่สำคัญทางด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยได้เริ่มดำเนินการเรื่องนี้โดยเฉพาะเรื่องการมีและใช้ส่วนอย่างจริงจังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 ในรูปของโครงการพัฒนาอนามัยท้องถิ่น โดยมีจุดมุ่งหมายดำเนินการปรังปรุงสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านในชนบทเพื่อลดอัตราป่วยและตายของประชาชนในชนบท อันมีสาเหตุเนื่องจากโรคระบบทางเดินอาหาร  กลวิธีมุ่งพัฒนาองค์กรของชุมชนให้สามารถเป็นฐานรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากเจ้าหน้าที่ของรัฐไปสู่ประชาชน  องค์กรของชุมชนถูกจัดขึ้นในรูปของกรรมการพัฒนาอนามัย  ประกอบด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าอาวาส ครูใหญ่ และตัวแทนชาวบ้าน  ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมาปรากฏว่าได้ผลดี ประชาชนมีความเข้าใจถึงอันตรายของอุจจาระและในขณะเดียวกันการพัฒนาก่อให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เหมาะสมภายใต้ความร่วมมือของชุมชนสามารถรับไปปฏิบัติได้  จนถึงแผนพัฒนาสาธารณสุขฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2530-2534)  กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดเป้าหมายสำคัญ คือการดำเนินการเพื่อมุ่งเน้นให้ประชาชนมีสุขภาพดี ถ้วนหน้า มีการสนองตอบความจำเป็นพื้นฐานของประชาชนเพื่อให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
          จากความตระหนักและเล็งเห็นความจำเป็นดังกล่าว ในปี 2532 กระทรวงสาธารณสุขได้ปรับเป้าหมายการดำเนินงานให้ประชาชนในประเทศไทยมีส้วมถูกหลักสุขาภิบาลครอบคลุมครัวเรือนจากร้อยละ 75 เป็นร้อยละ 90  และได้เพิ่มกลวิธีในการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว  กรมอนามัยในฐานะผู้รับผิดชอบจึงได้ทำโครงการรณรงค์สร้างส้วม 100 % และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ  กรมอนามัยได้มอบรางวัลประกาศเกียรติคุณแก่เจ้าหน้าที่ที่มีผลงานดีเยี่ยม และดีเด่นของจังหวัด  ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินส้วม 100% โครงการดังกล่าวได้ดำเนินงานจนถึงปี พ.ศ. 2542  ผลการดำเนินงานพบว่ามีส้วมถูกหลักสุขาภิบาลครอบคลุมครัวเรือนร้อยละ 98.1  และปัจจุบันมีความครอบคลุมของส้วมในอัตราใกล้เคียงกัน

          ปัจจุบันทั่วโลกให้ความสำคัญกับส้วมสาธารณะ เนื่องจากส้วมสาธารณะเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงระดับสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม เป็นหน้าตาและความเจริญของประเทศ  รัฐบาลได้ให้นโยบายที่สำคัญในการสนับสนุนการท่องเที่ยวที่ต้องการให้ “ห้องน้ำสาธารณะและในสถานที่ท่องเที่ยว เป็นห้องน้ำที่สะอาด” เพื่อให้บริการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ และการที่ประชาชนไทยมีและใช้ส้วมอย่างถูกหลักสุขาภิบาลจะเป็นหนทางไปสู่การเป็น “เมืองไทยแข็งแรง” ตามที่ท่านนายกฯ ได้ประกาศนโยบายไว้
             กระทรวงสาธารณสุขจะเน้นพัฒนาส้วมสาธารณะในประเทศให้บรรลุ 3 เรื่อง คือสะอาด(Healthy) เพียงพอ (Accessibility) ปลอดภัย (Safety); HAS
 1. สะอาด (Healthy) หมายถึงความสะอาดของห้องส้วม สุขภัณฑ์ทั้งหมดและไม่มีกลิ่นเหม็น และควรมีสภาพแวดล้อมสวยงามซึ่งจะส่งผลทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้ใช้บริการ
 2. เพียงพอ(Accessibility) หมายถึงต้องมีส้วมให้เพียงพอสำหรับผู้พิการ ผู้สูงวัย หญิงตั้งครรภ์และประชาชนทั่วไปและส้วมต้องพร้อมใช้งานตลอดเวลาที่เปิดให้บริการ
 3.  ปลอดภัย(Safety) หมายถึงผู้ใช้บริการจะต้องปลอดภัยขณะใช้ส้วม

กลุ่มเป้าหมายส้วมสาธารณะ ในสถานบริการและสถานที่สาธารณะ ดังนี้
 1.  แหล่งท่องเที่ยว
 2.  ร้านจำหน่ายอาหาร
 3.  ตลาดสด
 4.  สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
 5.  โรงเรียน
 6.  สถานที่ราชการ
 7.  โรงพยาบาล
 8.  ศาสนสถาน
 9.  สถานีขนส่งทางบก และทางอากาศ
 10. สวนสาธารณะ
 11. ห้างสรรพสินค้า
 12.  ส้วมสาธารณะริมทาง

วัตถุประสงค์
 1. เพื่อศึกษาสถานการณ์ส้วมสาธารณะในกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัย
  2. ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ผู้ให้บริการส้วมสาธารณะให้ถูกหลักอนามัย
  3. จัดประกวดสุดยอดระดับเขตเพื่อส่งประกวดสุดส้วมแห่งปีระดับประเทศ

กลวีธีดำเนินงาน
  1. ชี้แจงโครงการ/การดำเนินงานแก่จังหวัดในเขตรับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ 9 พิษณุโลก เกี่ยวกับนโยบายและแนวทางการดำเนินงานโครงการส้วมสาธารณะให้บรรลุ 3 เรื่อง สะอาด เพียงพอ ปลอดภัย (H A S)
  2. ประสานแนวทางการดำเนินงานส้วมสาธารณะ จังหวัดในเขตรับผิดชอบของศูนย์-อนามัยที่ 9 พิษณุโลก เพื่อกำหนดพื้นที่และจำนวนเป้าหมาย
  3. การพัฒนาศักยภาพพันธมิตรเครือข่าย
              -จัดประชุมสัมมนาให้องค์กรท้องถิ่น (เทศบาล) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในเขต โดยบูรณาการงานร่วมกับโครงการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  4. การสื่อสารสาธารณะ ได้แก่ การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ การสนับสนุนสื่อสิ่งพิมพ์แก่พันธมิตรเครือข่าย
  5. การสร้างแรงจูงใจ และมาตรการทางสังคม คือ การประกวดสุดยอดส้วม การยกย่องเชิดชูสถานที่ตั้งส้วมที่ดี ตั้งชมรม สายสืบ...ส้วม (Toilet Spy)
  6. สำรวจสถานการณ์ส้วมสาธารณะและพฤติกรรมและความพึงพอใจการใช้ส้วมสาธารณะ
  -ประสานงานกองสุขาภิบาลชุมชนและประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กรมอนามัย จังหวัดในเขตรับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ 9 พิษณุโลก เพื่อสนับสนุนเครื่องมือสำรวจสถานการณ์ส้วมสาธารณะ และแบบสัมภาษณ์ความพึงพอใจและพฤติกรรมผู้ใช้บริการส้วมสาธารณะ
  -ชี้แจงการเก็บรวบรวมข้อมูล
  -เก็บรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ส้วมสาธารณะในกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัย
  -เก็บรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมและความพึงพอใจของผู้ใช้บริการส้วมสาธารณะและวิเคราะห์ข้อมูลแปรผลในระดับเขต
  -นำข้อมูลในระดับเขตเพื่อส่งให้กองสุขาภิบาลชุมชนฯ ได้นำเข้าประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูลรวมทั้งประเทศ
  -สรุป และจัดทำรายงานสถานการณ์ส้วมสาธารณะ และพฤติกรรมและความพึงพอใจของผู้ใช้บริการส้วมสาธารณะ
  7. ศูนย์อนามัยที่ 9 พิษณุโลก ร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดในเขตรับผิดชอบศูนย์อนามัยที่ 9 พิษณุโลก ทำการคัดเลือกสุดยอดส้วมระดับจังหวัดและระดับเขตทั้ง 13 ประเภท

สรุปผลการดำเนินงาน
1. กิจกรรม จัดประชุมชี้แจงให้กับ อปท.เพื่อสร้างภาคีเครือข่ายร่วม
   ดำเนินการจัดประชุมที่จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับโครงการส่งเสริมการใช้กฏหมายสาธารณสุขกลุ่มเป้าหมาย คือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น

เนื้อหาการประชุมดังนี้
  ชี้แจงนโยบาย และแนวทางการดำเนินงานปี 2551 ตามโครงการส้วมสาธารณะและศึกษาดูงานที่ส้วมสาธารณะที่ วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่
   
2. กิจกรรมสำรวจสถานการณ์ส้วมสาธารณะและพฤติกรรมการใช้ส้วมสาธารณะได้ดังต่อไปนี้
  -ประเมินสถานการณ์ส้วมสาธารณะ 5 จังหวัดในเขตรับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ 9
  จากการสุ่มตัวอย่างสำรวจสถานการณ์ส้วมสาธารณะ (ครั้งที่ 1) 1,920 แห่งใน 5 จังหวัด พบว่ามีส้วม ผ่านเกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะ (HAS) จำนวน 340 แห่ง คิดเป็น ร้อยละ 17.7 ตามเป้าหมายส้วมสาธารณะไทยทั้ง 12 ประเภท
  จากการสุ่มตังอย่างสำรวจสถานการณ์ส้วมสาธารณะ (ครั้งที่ 2) 1,918 แห่งใน 5 จังหวัด พบว่ามีส้วมผ่านเกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะ (HAS) จำนวน 340 แห่ง คิดเป็น ร้อยละ 21.8 ตามเป้าหมายส้วมสาธารณะไทยทั้ง 12 ประเภท

ประเมินพฤติกรรมการใช้ส้วมสาธารณะ 5 จังหวัด ในเขตรับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ 9
จากการสัมภาษณ์ (ครั้งที่ 1)   
  กลุ่มผู้ใช้บริการห้องน้ำสาธารณะทั้ง 12 ประเภท โดยในการสำรวจส้วมสาธารณะ 1 แห่ง จะสัมภาษณ์พฤติกรรมผู้ใช้บริการ 5-20 คน รวมเป็นผู้ตอบสัมภาษณ์ 4,500 ชุด เป็นหญิง 2,520 คน (ร้อยละ 56) ผู้ชาย 1,980 คน (ร้อยละ 44) ประกอบอาชีพรับราชการ/รัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 9 รับจ้าง/พนักงานบริษัท ร้อยละ 14 และรับจ้างรายวันร้อยละ 17 เกษตรกรร้อยละ 15 พ่อบ้าน/แม่บ้าน 10 นักเรียน/นักศึกษาร้อยละ 23 ค้าขายร้อยละ 11 อาชีพอื่นๆ ร้อยละ 1 ผู้ให้สัมภาษณ์มีการศึกษาชั้นประถมศึกษาร้อยละ 21 มัธยมศึกษาร้อยละ 36 อนุปริญญาร้อยละ 15 และปริญญาตรี/สูงกว่าร้อยละ 21 ไม่ได้ศึกษา ร้อยละ 7 ผลการสัมภาษณ์การใช้บริการส้วมสาธารณะพบว่าผู้ใช้บริการมีพฤติกรรมราดน้ำก่อนและหลังการใช้ส้วม ร้อยละ 58.9 ผู้ใช้บริการเลิกใช้ส้วมนั่งราบร้อยละ 22 เลือกใช้ส้วมนั่งรายเพราะส้วมนั่งยองไม่สะอาดร้อยละ 5 ไม่มีให้เลือกร้อยละ 30 เลือกเพราะเคยชินสะดวกร้อยละ 40 เลือกใช้ส้วมนั่งราบเพราะปวดเข่าลุกนั่งลำบากร้อยละ 25 ส่วนผู้ใช้บริการที่มีพฤติกรรมเลือกใช้ส้วมนั่งยองร้อยละ 78 เลือกใช้ส้วมนั่งยองเพราะไม่มีส้วมให้เลือกร้อยละ 50 เพราะเคยชินร้อยละ 38 เลือกเพราะส้วมนั่งรายไม่สะอาดร้อยละ 12 ผู้ใช้ส้วมสาธารณะใช้กระดาษชำระแล้วทิ้งที่โถส้วมร้อยละ 18.8 ทิ้งถังขยะร้อยละ 80.2 และไม่ใช้กระดาษชำระร้อยละ 40.1 หลังจากเข้าส้วมแล้วผู้ใช้บริการห้องส้วมสาธารณะล้างมือด้วยน้ำอย่างเดียว (มีสบู่ให้บริการ) ร้อยละ 19.3 ล้างมือด้วยน้ำสบู่และน้ำร้อยละ 55.4 ล้างมือด้วยน้ำเพราะไม่มีสบู่ร้อยละ 16.2 และไม่ล้างมือร้อยละ 9.7 สำหรับพฤติกรรมการใช้ส้วมสาธารณะถูกต้องร้อยละ 60.33ผ่านเกณฑ์ที่กรมอนามัยกำหนดไว้   ร้อยละ 60

จากการสัมภาษณ์ (ครั้งที่ 2)
 กลุ่มผู้ใช้บริการห้องน้ำสาธารณะทั้ง 12 ประเภท โดยในการสำรวจส้วมสาธารณะ 1 แห่งจะสัมภาษณ์พฤติกรรมผู้ใช้บริการ 5-20 คน รวมเป็นผู้ตอบแบบสัมภาษณ์ 4,921 ชุด เป็นผู้หญิง 2,520 คน (ร้อยละ 56) ผู้ชาย 1,980 (ร้อยละ 44) ประกอบอาชีพรับราชการ/รัฐวิสาหกิจร้อยละ 11 รับจ้าง/พนักงานบริษัท ร้อยละ 14 และรับจ้างรายวันร้อยละ 15 เกษตรกรร้อยละ 14 พ่อบ้าน/แม่บ้าน 10 นักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 24 ค้าขายร้อยละ 10 อาชีพอื่น ๆ ร้อยละ 2 ผู้ให้สัมภาษณ์มีการศึกษาชั้นประถมร้อยละ 21 มัธยมศึกษาร้อยละ 36 อนุปริญญาร้อยละ 14 และปริญญาตรี/สูงกว่าร้อยละ 24 ไม่ได้ศึกษา ร้อยละ 7 ผลการสัมภาษณ์การใช้บริการส้วมสาธารณะพบว่าผู้ใช้บริการมีพฤติกรรมราดน้ำก่อนและหลังการใช้ส้วม ร้อยละ 61.4 ผู้ใช้บริการเลือกใช้ส้วมนั่งราบร้อยละ 23  เลือกใช้ส้วมนั่งราบเพราะส้วมนั่งยองไม่สะอาดร้อยละ 4 ไม่มีให้เลือกร้อยละ 32 เลือกเพราะเคยชินสะดวกร้อยละ 41 เลือกใช้ส้วมนั่งราบเพราะปวดเข่าลุกนั่งลำบากร้อยละ 23 ส่วนผู้ใช้บริการที่มีพฤติกรรมเลือกใช้ส้วมนั่งยองร้อยละ 77 เลือกใช้ส้วมนั่งยองเพราะไม่มีส้วมให้เลือกร้อยละ 53 เพราะเคยชินร้อยละ 38 เลือกเพราะส้วมนั่งราบไม่สะอาดร้อยละ 9 ผู้ใช้ส้วมสาธารณะใช้กระดาษชำระแล้วทิ้งที่โถส้วมร้อยละ 5.5 ทิ้งที่ถังขยะร้อยละ 93 และไม่ใช้กระดาษชำระร้อยละ 40.8 หลังจากเข้าส้วมแล้วผู้ใช้บริการห้องส้วมสาธารณะล้างมือด้วยน้ำอย่างเดียว (มีสบู่ให้บริการ) ร้อยละ 15.9 ล้างมือด้วยน้ำสบู่และน้ำร้อยละ 59.6 ล้างมือด้วยน้ำเพราะไม่มีสบู่ร้อยละ 15 และไม่ล้างมือร้อยละ 9.5 สำหรับ พฤติกรรมการใช้ส้วมสาธารณะถูกต้อง ร้อยละ 65.5 ผ่านเกณฑ์ที่กรมอนามัยกำหนดกำหนดไว้ร้อยละ 60 และมากกว่าการสัมภาษณ์ร้อยละ 5.27

 สำรวจความพึงพอใจการใช้ส้วมสาธารณะ 5 จังหวัดในเขตรับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ 9
จากการสัมภาษณ์                                                                                                                          ประชาชนในพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดตาก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดสุโขทัย รวมเป็น 3,600 คน เป็นหญิง 2,056 คน (ร้อยละ57) ผู้ชาย 1,544 คน (ร้อยละ 43) ประกอบอาชีพรับราชการ/รัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 9 รับจ้าง/พนักงานบริษัท ร้อยละ 10 และรับจ้างร้อยละ 12 เกษตรกรร้อยละ 10 พ่อบ้าน/แม่บ้าน 6 นักเรียน/นักศึกษาร้อยละ 36  ค้าขายร้อยละ 7 อาชีพอื่นๆ ร้อยละ 1 ผู้ให้สัมภาษณ์มีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรีร้อยละ 64 และปริญญาตรีร้อยละ 27 สูงกว่าปริญญาตรีร้อยละ 9
               จากการวิเคราะห์ประชาชนเคยรับรู้ หรือเคยได้ยินโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับ “การพัฒนาส้วมสาธารณะ” ในภาพรวมพบว่า เคยมากที่สุด คือร้อยละ  40.33 รองลงมาคือไม่เคยร้อยละ 35.22 ไม่แน่ใจ ร้อยละ 24.45
             เคยรับรู้จากสื่อในภาพรวมพบว่า สื่อโทรทัศมากที่สุด ร้อยละ 24.12 รองลงมาคือ ป้ายโฆษณา ร้อยละ 10.38 หนังสือพิมพ์ ร้อยละ 4.32 อื่นๆร้อยละ 1.51
             จากการวิเคราะห์ประชาชนเคยรับรู้ของประชาชนต่อ โครงการพัฒนาส้วมสาธารณะไทย ว่าเป็นของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ในภาพรวมพบว่า ทราบมากที่สุดคือ ร้อยละ 38.33รองลองมาคือไม่ทราบร้อยละ 33.33 ไม่แน่ใจร้อยละ 28.33
            สำหรับความพึงพอใจของผู้ใช้บริการส้วมสาธารณะในด้านความสะอาด กลิ่นการให้บริการ      ที่สะดวกและเพียงพอความปลอดภัยและความสวยงามโดยรอบมีความพึงพอใจในระดับปานกลางร้อยละ 60.5-62.0
            จากผลวิเคราะห์สิ่งที่ประชาชนอยากให้กรมอนามัย ดำเนินการเกี่ยวกับการรณรงค์การพัฒนาส้วมสาธารณะไทย สิ่งที่ประชาชนอยากให้ทำมากที่สุด คือความสะอาด และความปลอดภัย และการใช้ส้วมที่ถูกวิธี สร้างจิตสำนึกในการใช้ ร้อยละ 30.24 รองลงมาคือควรมีการสร้างส้วมสาธารณะให้มีจำนวนเพียงพอในแต่ละพื้นที่ มีความสะอาดและมีสิ่งอำนวยความสะดวก แยกชาย-หญิง ร้อยละ 28.29 และควรมีการรณรงค์ให้มากกว่านี้ และต่อเนื่องให้ทุกคนร่วมมือกันร้อยละ20.49 ตามลำดับ

3. กิจกรรมประกวดสุดยอดส้วมแห่งปีระดับเขต
  รายชื่อชนะเลิศสุดยอดส้วมแห่งปีระดับเขต 2551
  1. ประเภทแหล่งท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติลานสาง จังหวัดตาก
  2. ประเภทร้านอาหาร ห้องอาหาร โฆษิตคาเฟ่ โรงแรมโฆษิต ฮิลล์ จังหวัดเพชรบูรณ์
  3. ประเภทตลาดสด ตลาดเทศบาลน้ำปาด อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์
  4. ประเภทโรงเรียนประถม โรงเรียนชุมชนบ้านแม่ต้าน อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก
  5. ประเภทโรงเรียนมัธยม โรงเรียนอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์
  6. ประเภทสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ปั้ม ปตท.อุตรดิตถ์ ออยล์ จังหวัดอุตรดิตถ์
  7. ประเภทสถานีขนส่งทางบก สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดตาก
  8. ประเภทสวนสาธารณะ สวนสาธารณะ เทศบาลตำบลพุเตย จังหวัดเพชรบูรณ์
  9. ประเภทสถานที่ราชการ ที่ว่าการอำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก
  10. ประเภทโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก
  11. ประเภทโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลบ้านตาก จังหวัดตาก
  12. ประเภทศาสนสถาน วัดกำแพงมณี อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก
  13. ประเภทสถานีขนส่งทางอากาศ สนามบินบางกอกแอร์เวย์ อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

 4. กิจกรรมการประชาสัมพันธ์

  1. จัดทำฝ้ายผ่านเกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะไทย 100 ป้าย
  2. จัดทำ CD ประชาสัมพันธ์ส้วมสาธารณะไทย 50 แผ่น
  3. จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์วัน Toilet Bing cleaning day 14 ป้าย
  4. จัดงานประชาสัมพันธ์วันทำความสะอาดส้วมในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 5 จังหวัด
  5. จัดทำเสื่อประชาสัมพันธ์ส้วมสาธารณะไทย 150 ตัว

5. กิจกรรม สายสืบส้วม
  1. รับสมัครสมาชิกสายสืบส้วมได้ทั้งหมด 80 คน
  2. มอบเสื้อให้สมาชิกสายสืบส้วม จำนวน 80 ตัว

6. กิจกรรมนิเทศติดตาม/ประเมินผลการดำเนินงาน/สรุปผล
  ได้ติดตามประเมินผลการดำเนินงานไปแล้ว 5 จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ สุโขทัย และตาก การประเมินทั้ง 5 จังหวัดที่ผ่านมานั้น พบว่าประชาชนให้ความร่วมมือโครงการเป็นอย่างดี รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ให้ความสำคัญกับโครงการเช่นกัน ส่วนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขบางพื้นที่สามารถบูรณราการกับหน่วยงานอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี บางพื้นที่ก็ยังดำเนินการได้ไม่เต็มรูปแบบ

ผลการใช้งบประมาณ
  งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุน 441,500.-บาท ใช้ไป 440,500.-บาท คงเหลือ 1,000.-บาท

ปัจจัยแห่งความสำเร็จของโครงการ
  1. นโยบายและการมีบทบาทการพัฒนาส้วมสาธารณะที่ชัดเจนและการทำ MOU กับองค์ต่าง ๆ และมีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง
  2. การยอมรับแนวคิดเห็นความแตกต่างในการดำเนินการพัฒนา การลงพื้นที่เชิงรุก
  3. การมีส่วนร่วมที่ดีของพันธมิตร การมีภาคีที่ดีและได้รับการยอมรับ
  4. การให้และการมีความจริงใจ ความตั้งใจจริงในการปฏิบัติงานที่มีต่อพันธมิตร
  5. การประสานงานที่ดี รวดเร็ว และปรับตนเองตามบทบาท
  6. การพัฒนาตนเอง
  7. การได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหาร ให้คำปรึกษาแนะนำที่ดี
  8. การได้รับคำปรึกษาและช่วยเหลือที่ดีจากเจ้าหน้าที่ของศูนย์อนามัยที่ 9 พิษณุโลก
  9. การได้รับงบประมาณตามโครงการส้วมสาธารณะ

ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการ/แนวทางแก้ไข
  1. เป้าหมายตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ 60% พบว่ามีแนวโน้มที่เป็นไปได้ยากคงต้องใช้เวลาในการพัฒนาและกลุ่มที่พัฒนาค่อนข้างช้า เช่นวัด โรงเรียนที่มีงบประมาณน้อย
   แนวทางแก้ไข คงต้องใช้ความพยายามคิดว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายและต้องใช้เวลาในการพัฒนาอย่างจริงจัง ต่อเนื่องมากขึ้นเพื่อให้การพัฒนาประสบผลสำเร็จ
  2. ในบางจังหวัดเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่มีความเป็นกันเองมากและเกรงใจกันเกินไป ความล่าช้าในการรายงานผลข้อมูลมายังศูนย์ฯ
  แนวทางแก้ไข  ทำความเข้าใจกันใหม่และลงพื้นที่มีปัญหาเพิ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดส่งข้อมูลให้ไม่ล่าและส่วนกลางคงต้องกำหนดนโยบายให้เร็วกว่านี้
  3. ส่วนกลางมีการปรับประเภทการประกวดสุดยอดส้วมกะทันหันทำให้มีปัญหาตรงที่ว่าจังหวัดทราบข้อมูลช้าไป
  แนวทางแก้ไข ทางศูนย์ฯ ต้องปรับแผนให้ทันตามสถานการณ์ที่ทางกรมกำหนดมา
  

 

แก้ไขล่าสุด ( วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2009 เวลา 19:i น. )
 
ลิขสิทธิ์ © 2014 Evaluate & Information Technology. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL License.
เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย จูมล่าลายไทย